ปัจจุบันสถานการณ์ตลาดทุนไทยมีความผันผวนสูง กระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ มาอย่างต่อเนื่อง สภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของตลาดเงินโลกหรือปัญหาหนี้ครัวเรือน รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ โดยสถิติช่วง 5 ปีที่ผ่านมาพบว่า นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นออกรวมมูลค่ากว่า 5.3 แสนล้านบาท ส่วนมูลค่าการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ และมูลค่าการระดมทุนของตลาดหุ้นและตราสารหนี้ก็มีอัตราที่ชะลอตัวลง สะท้อนภาพรวมของเศรษฐกิจและตลาดทุนที่ไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่
รัฐบาลจึงได้เสนอทางเลือกการลงทุนโดยเปิดเสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก. ของ ‘กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง’ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีทางเลือกในการลงทุน ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้ตลาดทุนไทยเติบโตอย่างมั่นคง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในประเทศและนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น โดยกองทุนฯ มีหน่วยลงทุน 2 ประเภท คือ หน่วยลงทุนประเภท ก. และประเภท ข. ซึ่งปัจจุบันกองทุนฯ มีเพียงหน่วยลงทุนประเภท ข. ที่ถือโดยกระทรวงการคลังและนักลงทุนภาครัฐ และเตรียมจะระดมทุนโดยเสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก. แก่ผู้ลงทุนทั่วไป
โดยมูลค่าการเสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก. ในครั้งนี้ อยู่ที่ 100,000 – 150,000 ล้านบาท เริ่มเสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก. แล้วตั้งแต่วันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา และจะเข้าจดทะเบียนเพื่อซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งแนวทางการลงทุนของกองทุนฯ จะมุ่งเน้นไปที่การลงทุนในบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี
รายละเอียดหน่วยลงทุนประเภท ก.
-
เปิดขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไป ผู้ลงทุนสถาบันและนิติบุคคลเฉพาะกลุ่ม มูลค่าการเสนอขายหน่วยลงทุน 100,000-150,000 ล้านบาท
-
มีระยะเวลาลงทุนเบื้องต้นของหน่วยลงทุนประเภท ก. ที่ 10 ปี
-
ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
-
เสนอขายให้ผู้ลงทุนรายย่อย ราคาหน่วยละ 10 บาท เริ่มต้นที่ 10,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท
-
ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับเงินปันผลในแต่ละปีตามอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงของกองทุนฯ ไม่น้อยกว่า 3.0% ต่อปี และไม่เกินกว่า 9.0% ต่อปี คำนวณจากมูลค่าที่ตราไว้ 10 บาทต่อหน่วย เป็นอัตราคงที่ตลอด 10 ปี
