Feature Trend

ตลาดหลักทรัพย์ฯเปิดแผนกลยุทธ์ 3 ปี (2566–2568) เดินหน้าปรับเกณฑ์การซื้อขายหุ้น ถอดบทเรียน “พ.ย.ทมิฬ”

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมผู้บริหารระดับสูงได้ร่วมกันแถลงแผนกลยุทธ์ตลาดหลักทรัพย์ฯระยะ 3 ปีข้างหน้า (2566-68) ว่า จะมุ่งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เพื่อให้ตลาดทุนเป็นประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ ตลาดทุน สังคม และประเทศ ผ่านกลยุทธ์ สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 1.ทำตลาดทุนให้เป็นเรื่องง่าย โดยเพิ่มโอกาสการระดมทุนมุ่งส่งเสริมให้ธุรกิจทุกขนาดทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ เข้ามาใช้ประโยชน์จากตลาดทุนได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น นอกจากนี้ จะพัฒนาศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDX) เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายโทเคนดิจิทัล ทั้ง investment token และ utility token ในไตรมาส 3 ปี 66 และเพิ่มความหลากหลายด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช้เงินลงทุนไม่มากสำหรับผู้ลงทุนรายเล็ก

ยกระดับมาตรฐานเพื่ออุตสาหกรรมตลาดทุน โดยพัฒนาระบบซื้อขายของตลาด หลักทรัพย์ใหม่ภายในไตรมาส 1 ปี 66 รวมทั้งปรับปรุงกฎเกณฑ์การซื้อขายที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย และให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่เปลี่ยนไป โดยกรณีการซื้อขายหุ้น บมจ. มอร์ รีเทิร์น (MORE) ที่ผิดปกติ และนำมาสู่การผิดนัดชำระค่าซื้อหุ้นร่วม 4,000 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือน พ.ย.65 หรือ “พ.ย.ทมิฬ” ถือเป็นอีกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สร้างความเสียหายแก่โบรกเกอร์ และตลาดทุนไทย ต้องหาทางป้องกันไม่ให้เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำอีก

โดยได้มีการพิจารณาปรับกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่เกณฑ์การรับหลักทรัพย์ของทั้ง SET, mai เข้าจดทะเบียน, ปรับเกณฑ์การซื้อขาย, การชำระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์ ตลอดจนกระบวนการตรวจสอบข้อมูลการซื้อขาย รวมถึงแก้ไขเกณฑ์การใช้ข้อมูลสำคัญๆ เช่น การถือครองหุ้น, การติดต่อกับบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ รวมทั้งระบบเครดิตบูโรของบล.ต่างๆ

โดยยึดหลักความยั่งยืนเป็นแกนขับเคลื่อนการทำงาน (Merge ESG with substance) โดยด้าน E หรือ Environmental พัฒนาบุคลากรด้าน ESG ในตลาดทุนและสถาบันการศึกษา ผ่าน ESG Academy และพัฒนา Climate Care Platform ให้ครอบคลุมการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการเชื่อมต่อพันธมิตร โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero, ด้าน S หรือ Social ส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่วัยเกษียณและกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผ่าน LiVE Platform และด้าน G หรือ Governance เร่งปรับปรุงกฎเกณฑ์การกำกับดูแลให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พัฒนาเครื่องมือการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพให้สามารถรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมทั้งประสานการทำงานร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล นอกจากนี้ จะขยายเครือข่ายความร่วมมือไปยังองค์กรต่างๆ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาตลาดทุนในระยะยาว

RELATED POSTS

เศรษฐกิจช่วงนี้ต้องบอกว่าอยู่ในช่วง "ขาลง" แต่มีสินทรัพย์บางอย่างที่ยังน่าลงทุนอยู่ตามคำแนะนำจากสมาคมนักวางแผนการเงินไทย
Kakeibo 家計簿 (คาเคโบะ) ศิลปะการจัดการเรื่องเงินของ "แม่บ้านญี่ปุ่น" ที่ช่วย "จัดการเรื่องเงิน" ให้ดีขึ้นแบบคนญี่ปุ่น เค้าทำยังไงกัน?
AWS Asia Pacific (Bangkok) Region ในประเทศไทย จะเปิดให้บริการช่วงต้นปี 2568 พร้อมกับโครงการ AWS Asia Pacific (Thailand) Region ทุ่มงบ 1.9 แสนล้านบาท ลงทุนใน Infrastructure รวมถึง Data Centers ภายในไทย ช่วงปี 2565 – 2580