ปัจจุบันประเทศไทยยังคงสถานะเป็น “ประเทศกำลังพัฒนา” (Developing Country) นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมนโยบายหลักของรัฐบาลในทุกยุคทุกสมัย ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ (Infrastructure) ซึ่งนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตให้แก่คนไทยแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ เพื่อก้าวไปสู่การเป็น “ประเทศที่พัฒนาแล้ว” (Developed Country) อย่างเต็มภาคภูมิ
ดังนั้น “การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน” จึงถือเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนที่จำเป็นต้องทำโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ สามารถดึงดูดต่างชาติให้เข้ามาลงทุน หรือขยายฐานการผลิตมายังบ้านเรา เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง
จึงนำไปสู่การระดมทุนในรูปแบบของ “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย” หรือ “Thailand Future Fund” (TFFIF) ซึ่งเป็นการระดมทุนจากนักลงทุนภาคประชาชนทั่วไปและนักลงทุนสถาบัน เพื่อนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเป็นหลัก
ทำไมต้องเป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน?
- การระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยลดภาระทางการคลังของรัฐบาล และลดการกู้ยืมของประเทศ จึงเป็นช่องทางการระดมทุนที่เหมาะสมในการนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพราะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก
- กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน จะทำให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยที่หน่วยงานภาครัฐไม่ต้องรอการจัดสรรงบประมาณ จะสามารถทำงานได้เร็วขึ้น
ด้าน ‘ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์’ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้มุมมองว่า ควรผลักดันให้เกิดการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยยังมีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอีกจำนวนมาก
เนื่องด้วยรัฐบาลก็มีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณการลงทุน เพราะต้องใช้งบประมาณลงไปในด้านอื่นๆ ด้วย แต่หากใช้วิธีการกู้ยืมเงินเพื่อนำมาลงทุน ก็จะส่งผลกระทบต่อระดับสัดส่วนหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ
“การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย จะเป็นจุดสำคัญที่จะช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศรอบใหม่และยังช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้แก่ประเทศ โดยไม่ต้องรองบประมาณจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว” ดร.วรพล กล่าว

ทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่กองทุน TFFIF สามารถเข้าไปลงทุนได้
ทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถเข้าระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานได้นั้น แบ่งออกเป็น 12 ประเภท ได้แก่
- ถนน ทางพิเศษ หรือ ทางสัมปทาน
- ระบบขนส่งทางรางหรือทางท่อ
- ไฟฟ้า
- ประปา
- ท่าอากาศยาน หรือสนามบิน
- ท่าเรือน้ำลึก
- โทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
- พลังงานทางเลือก
- ระบบบริหารจัดการน้ำหรือการชลประทาน
- ระบบป้องกันภัยธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงระบบเตือนภัยและระบบจัดการเพื่อลดความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นด้วย
- ระบบจัดการของเสีย และ
- กิจการที่มีลักษณะเป็นกิจการโครงสร้างพื้นฐานตามข้อ 1. ถึงข้อ 11. หลายกิจการ (Multi-Infrastructure) ประกอบกัน
กองทุน “TFFIF” มีความน่าสนใจอย่างไร? และน่าลงทุนแค่ไหน?

กองทุน TFFIF รายได้ 45% มาจากค่าผ่านทางที่จัดเก็บได้ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นระยะเวลา 30 ปี ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาโอนและรับโอนสิทธิในรายได้ที่กองทุนเข้าทำกับ กทพ. โดยทางพิเศษ 2 สายทางที่กองทุนจะเข้าลงทุนครั้งแรก ได้แก่
- ทางพิเศษฉลองรัช เชื่อมต่อถนนวงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออกบริเวณจตุโชติ เข้ากับทางพิเศษเฉลิมมหานคร บริเวณอาจณรงค์ และทางพิเศษบางนา – อาจณรงค์
- ทางพิเศษบูรพาวิถี หนึ่งในทางยกระดับที่มีการจัดเก็บค่าผ่านทางที่มีระยะทางยาวที่สุดในประเทศไทย และมีจุดเริ่มต้นจากปลายทางพิเศษเฉลิมมหานครบริเวณบางนาไปทางทิศตะวันออก ข้ามแม่น้ำบางปะกง สิ้นสุดที่จังหวัดชลบุรี
ทางพิเศษเหล่านี้เป็นเส้นทางสำคัญที่ทำให้ประชาชนสามารถเดินทางไปยังจุดหมายสำคัญรอบกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยรายได้ค่าผ่านทางของทางพิเศษที่กองทุนเข้าลงทุนในรายได้ครั้งแรก คิดเป็น 3,593 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอีกในอนาคต จากแนวโน้มการเดินทางที่มากขึ้น การใช้รถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ความมั่งคั่ง อัตราการเติบโตของประชากร และอัตราการจ้างงานที่สูงขึ้น จึงทำให้มีปริมาณการจราจรที่มากขึ้นด้วย ซึ่งในอนาคตยังมีโอกาสที่จะนำโครงการที่มีศักยภาพของกรมทางหลวงมาเข้าระดมทุนผ่านกองทุนต่อไป
ดังนั้น การลงทุนใน “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย” หรือ “Thailand Future Fund” (TFFIF) นอกจากจะเป็นการลงทุนเพื่อโอกาสในการรับเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอแล้ว คุณยังมีส่วนร่วมในการช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ที่จะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติอีกด้วย!
สำหรับรายละเอียดการเข้าระดมทุน สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากร่างหนังสือชี้ชวนตามเว็บไซต์ https://market.sec.or.th/public/mrap/MRAPView.aspx?FTYPE=I&PID=0659&PYR=2559
หมายเหตุ : บทความนี้ห้ามเผยแพร่ในประเทศสหรัฐอเมริกา, แคนนาดา และญี่ปุ่น
[Advertorial]