หากใครกำลังรู้สึกว่าการเก็บเงินเป็นเรื่องยาก ไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็เก็บเงินไม่ได้สักที!
Salary Investor แนะนำให้รู้จัก “Nudge Theory ทฤษฎีสะกิดพฤติกรรม” ที่จะช่วยให้เพื่อน ๆ ออมเงินได้แบบไม่ตึงเครียด
ทฤษฎี Nudge Theory มาจากข้อสันนิษฐานของ ดร.ริชาร์ด เอช. เธเลอร์ ว่า มนุษย์ไร้เหตุผลและมักตัดสินใจผิดพลาดจากพฤติกรรมที่พร้อมปรับไปกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่เกิดขึ้นตามสถานการณ์ หรือ ตามอารมณ์และความรู้สึกส่วนตัว
จนกลั่นกรองออกมาเป็นทฤษฎี Nudge Theory กุศโลบายช่วยสะกิดพฤติกรรมมนุษย์แบบแนบเนียน ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจเลือกอย่างมีเหตุผลมากขึ้นโดยไม่บังคับ หรือ กดดัน แต่เป็นการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เลือกสิ่งที่ดีกว่าได้ตามธรรมชาติ
ทฤษฎี Nudge Theory จึงถูกนำมาปรับใช้กับ “การออมเงิน” ให้ทุกคนสามารถออมเงินได้แบบไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก หรือ ถูกบังคับ มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน ดังนี้
-
ตั้งเป้าหมายแล้วให้รางวัลตัวเอง
สามารถเริ่มจาก เป้าหมายเล็ก ๆ ไม่ต้องยิ่งใหญ่มาก เช่น ตั้งเป้าหมายเก็บเงิน 500 บาททุกเดือน หากเก็บเงินได้ติดต่อกันครบ 1 ปี จะสามารถซื้อของขวัญให้ตัวเองได้ งบ 1,000 บาท เป็นต้น เท่านี้ก็มีแรงบันดาลใจเก็บเงินต่อแล้ว
-
แบ่งเงินแยกเป็นสัดส่วน
วางแผนอย่างเป็นระบบแยกบัญชีให้ชัดเจนเพื่อง่ายต่อการใช้จ่าย เช่น บัญชีธนาคาร A ไว้สำหรับออม บัญชีธนาคาร B ไว้ใช้จ่าย หรือ ใช้แอปฯ ที่ทันสมัยช่วยแบ่งเงินเป็นสัดส่วนได้ ทำให้เราไม่เผลอใช้เงินจนหมดไม่เหลือเก็บออมนั้นเอง พอเห็นจำนวนเงินในส่วนใช้จ่ายเท่าไร ก็ใช้เพียงเท่านั้น
-
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้จ่ายใหม่
เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ หากคุณอยากมีเงินเก็บจำนวนมาก คุณก็ต้องอดทนและมีวินัยพอ เด็ดขาดกับเป้าหมายกับตัวเอง ยอมปรับลดพฤติกรรมที่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายมาก แล้วทำพฤติกรรมที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแทน เช่น ลดการปาร์ตี้ หรือ ช็อปปิ้งฟุ่มเฟือย นำอาหารจากบ้านไปทานที่ทำงาน
-
เช็คยอดเงินที่มีอย่างสม่ำเสมอ