Case Study Work

ผลวิจัยแสตนฟอร์ดฯ เผย “คนมั่นใจสูง” มีโอกาสได้งาน มากกว่า “คนเก่ง”

ผลวิจัยแสตนฟอร์ดฯ เผย “คนมั่นใจสูง” มีโอกาสได้งาน มากกว่า “คนเก่ง”

“คนที่มีความมั่นใจสูง” มักจะมีโอกาส ได้งานมากกว่า

งานวิจัยจาก “Stanford Business School” ได้มีการทดลองให้คนสัมภาษณ์งาน โดยไม่รู้ทักษะของคนถูกสัมภาษณ์มาก่อน ผลก็คือ ผู้สัมภาษณ์งานนั้น มีแนวโน้มจะบอกว่าคนที่ “มั่นใจในตัวเองมากๆ” กล้าพูดว่าตัวเองเก่งด้านไหน มีดีอะไรบ้าง คือ “คนเก่ง” และน่าจ้างงานกว่า

จึงทำให้คนเก่ง เกรดดี แต่ไม่สามารถนำเสนอตัวเองอย่างตรงไปตรงมา มีแนวโน้มสูงที่จะไม่ถูกเลือก ให้เข้าทำงาน

เพราะ ได้มีการทดลองให้คนสัมภาษณ์งาน โดยไม่รู้ทักษะของคนถูกสัมภาษณ์มาก่อน ผลก็คือ ผู้สัมภาษณ์งานนั้น มีแนวโน้มจะบอกว่าคนที่ “มั่นใจในตัวเองมากๆ” กล้าพูดว่าตัวเองเก่งด้านไหน คือ “คนเก่ง” และน่าจ้างงานกว่า

ซึ่งนั่นไม่ได้ตรงกับ “ความสามารถจริงๆ” ของพวกเขา และนี่ทำให้คนที่เก่ง แต่ไม่ได้นำเสนอตัวเองอย่างตรงไปตรงมา มีแนวโน้มจะไม่ได้งาน

ผลวิจัยบอกอะไรเราบ้าง?

ทักษะในการ “นำเสนอตัวเอง” และ “ความมั่นใจ” เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ในการสัมภาษณ์งาน เพราะมันมีงานวิจัยชี้ชัดว่า ถ้าคุณเก่ง แต่คุณแสดงออกไม่เป็น ว่าคุณเก่ง คนสัมภาษณ์ก็จะไม่มีทางรู้ และคุณก็จะไม่ได้งาน

แต่จากในมุมของบริษัท อาจสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของการจ้างงาน นี่อาจเป็นเหตุผลว่าในบางบริษัทจะมีคนที่พูดเก่ง พรีเซนต์ตัวเองเก่ง แต่ทำงานจริงๆ กลับทำไม่ได้ดีตามที่พูดซ้ำแล้วซ้ำอีก

ซึ่งสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการให้ “ทดสอบการทำงาน” ในขั้นตอนสัมภาษณ์งาน และเอาผลของการทำการทดสอบนั้นเป็นตัวแทน “ฝีมือ” ของผู้สมัครจริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่เขาบอกว่าเขาทำได้


อ้างอิง : https://bit.ly/3BL5Psr

RELATED POSTS

ก.ล.ต. อนุมัติคำขอเสนอขายหุ้น IPO สำหรับ 17 บริษัทจดทะเบียน และกว่า 70 บริษัทที่เตรียมยื่นคำขอต่อ ก.ล.ต. เพิ่มในปีนี้ ก.ล.ต. เร่งพิจารณาอนุมัติคำขอไอพีโอให้กับเอกชน ยังเน้นคุณภาพ IPO เป็นหลัก
สำรวจสไตล์การลงทุนของตนเอง จากบทวิเคราะห์ของ Bailard, Biehl & Kaiser Five-Way Model (BB&K) ที่แบ่งนักลงทุนออกเป็น 5 ประเภทตามระดับความมั่นใจและวิธีการตัดสินใจ
Kakeibo 家計簿 (คาเคโบะ) ศิลปะการจัดการเรื่องเงินของ "แม่บ้านญี่ปุ่น" ที่ช่วย "จัดการเรื่องเงิน" ให้ดีขึ้นแบบคนญี่ปุ่น เค้าทำยังไงกัน?