Skip to content
Blog
GUIDE
All
Business
Financial Planning
Investment
Life
News & Event
Self Improvement
Work
INSPIRE
All
Case Study
Interview
Role Model
TREND
All
Business
Feature
News
Tech
About us
About us
Channel
การลงทุน
บัตรเครดิต
สินเชื่อส่วนบุคคล
สินเชื่อรถยนต์
ประกันชีวิต
ประกันสุขภาพ
ประกันรถยนต์
Blog
GUIDE
All
Business
Financial Planning
Investment
Life
News & Event
Self Improvement
Work
INSPIRE
All
Case Study
Interview
Role Model
TREND
All
Business
Feature
News
Tech
About us
About us
Channel
การลงทุน
บัตรเครดิต
สินเชื่อส่วนบุคคล
สินเชื่อรถยนต์
ประกันชีวิต
ประกันสุขภาพ
ประกันรถยนต์
Blog
GUIDE
All
Business
Financial Planning
Investment
Life
News & Event
Self Improvement
Work
INSPIRE
All
Case Study
Interview
Role Model
TREND
All
Business
Feature
News
Tech
About us
About us
Channel
การลงทุน
บัตรเครดิต
สินเชื่อส่วนบุคคล
สินเชื่อรถยนต์
ประกันชีวิต
ประกันสุขภาพ
ประกันรถยนต์
Blog
GUIDE
All
Business
Financial Planning
Investment
Life
News & Event
Self Improvement
Work
INSPIRE
All
Case Study
Interview
Role Model
TREND
All
Business
Feature
News
Tech
About us
About us
Channel
การลงทุน
บัตรเครดิต
สินเชื่อส่วนบุคคล
สินเชื่อรถยนต์
ประกันชีวิต
ประกันสุขภาพ
ประกันรถยนต์
Case Study
Role Model
รู้จัก “ผู้นำ” 6 สไตล์ แบบไหน…ที่คุณอยากร่วมงานด้วย?
BY
Salary Investor
July 18, 2021
รู้จัก “ผู้นำ” 6 สไตล์ แบบไหน…ที่คุณอยากร่วมงานด้วย?
บทความจาก Harvard Business Review โดย Daniel Goleman แนะนำไว้ 6 แบบ ของผู้นำ ซึ่งผู้นำที่ดีจะต้องเลือกใช้สไตล์การนำให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์
มาดูกันว่าแต่ละสไตล์น่าสนใจยังไง และเราอยากทำงานกับ ผู้นำสไตล์ไหนบ้าง?
1.
ผู้นำแบบออกคำสั่ง (
The Coercive Style) :
ผู้นำที่ชอบใช้ความคิด ตัดสินใจทำอะไรเองคนเดียว มักไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นเสนอความคิดเห็นใดๆ หรือถามถึงความรู้สึกของคนในทีม
ข้อดี :
เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการจัดการปัญหา
ข้อเสีย :
– ส่งผลให้ความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ไม่เกิด
– องค์กรยากที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาว
เหมาะกับ :
องค์กร หรือ
ทีมที่กำลังเจอกับสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เช่น มีวิกฤต หรือกำลังย่ำแย่
ยกตัวอย่างผู้นำ :
Donald Trump
2.
ผู้นำแบบโน้มน้าว (Autocratic Leadership) :
ผู้นำเช่นนี้ เขาจะพยายามโน้มน้าวให้ทุกคนมุ่งหน้าไปสู้เป้าหมายไปด้วยกัน
ข้อดี :
ในระยะยาวจะทำให้ทุกคนในทีมซึมซับสิ่งเหล่านี้ไปทุกวันๆ จนเชื่อว่าพวกเขาสามารถบรรลุเป้าหมายได้
ข้อเสีย :
– อาจไม่เหมาะกับคนในทีมที่มั่นใจในตัวเองสูงมากๆ จนไม่ยอมฟังใคร วิธีการนี้อาจใช้ไม่ได้ผล
เหมาะกับ :
องค์กรที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง แต่ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ช่วยให้ทีมรู้ว่าจะต้องเดินหน้ากันต่อไปยังไง
ยกตัวอย่างผู้นำ :
Steve Jobs
3. ผู้นำแบบคนในองค์กรต้องมาก่อน (
The Affiliative Style) :
ผู้นำที่ชอบสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกับคนในทีม โดยเขาจะสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่ม และป้องกันการเกิดความขัดแย้งระห่างคนในทีม
ข้อดี :
ผู้นำจะเข้าใจ และให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคนในทีม
ข้อเสีย :
การมัวแต่โฟกัสที่คน แต่ไม่โฟกัสที่งาน อาจทำให้คนในทีมขาดแรงกระตุ้นในการทำงาน
เหมาะกับ :
ช่วงที่ทีมเกิดเรื่องขัดแย้ง ความเห็นไม่ตรงกัน หรือต้องการให้กำลังใจทีมที่กำลังเจอกับความเครียด ความกดดัน
ยกตัวอย่างผู้นำ :
Sundar Pichai CEO Google
4.
ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leadership) :
ผู้นำที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟัง แสดงความคิดเห็น และหัวหน้าจะตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย
ข้อดี :
ทุกคนได้มีโอกาสออกสิทธิ์ออกเสียง เสนอความคิดเห็นของตัวเองได้
ข้อเสีย :
–
อาจทำให้มีการประชุมอย่างไม่หยุดหย่อน
– คนในทีมอาจจะรู้สึกว่าผู้นำไม่ได้ช่วยตัดสินใจเท่าที่ควร
เหมาะกับ :
ทีมที่มีแรงจูงใจ มีความรู้ และความสามารถในการทำงานและผู้นำมีความคิดที่ชัดเจน แต่เพียงต้องการไอเดียเพิ่มเติมบางอย่าง
ยกตัวอย่างผู้นำ :
John F. Kennedy
5. ผู้นำแบบสร้างมาตรฐาน (
The Pacesetting Style) :
สไตล์การนำแบบนี้เน้นการทำให้ดู มากกว่าการเข้าไปมีส่วนร่วมในแต่ละขั้นตอน
ผู้นำมักจะพยายามแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานของการทำงานและต้องการให้คนในทีมทำตามให้ได้
ข้อดี :
หัวหน้าจะพยายามผลักดันคนในทีมให้บรรลุเป้าหมายได้ในระยะเวลาอันสั้น
ข้อเสีย :
–
การพูดคุยและการให้ feedback ระหว่างกันมีน้อย ระยะห่างอาจเกิดขึ้นในทีม
– อาจสร้างความคาดหวัง และความกดดันมากเกินไป
เหมาะกับ :
การทำงานที่มีการแข่งขันสูง และคนในทีมมีทักษะ ความสามารถสูง เช่น งานกฎหมาย หรืองานวิจัยและพัฒนา
ยกตัวอย่างผู้นำ :
Jack Welch อดีต CEO ของ General Electric
6. ผู้นำแบบสอนงาน (
The Coaching Style
) :
ผู้นำที่เน้นการพูคุยกับคนในทีม และชอบ “สอน” ให้สมาชิกเป็นคนที่เก่งขึ้น และดีขึ้นกว่าเดิม
ข้อดี :
โฟกัสที่พัฒนาการของทีมแต่ละคน ช่วยให้คนในทีมพัฒนาจุดแข็งให้ดียิ่งขึ้น หรือเข้าใจจุดอ่อนของตัวเองมากยิ่งขึ้น
ข้อเสีย :
ไม่ได้เหมาะกับคนในทีมทุกคน เหมาะกับคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น
เหมาะกับ :
ทีมที่เปิดใจว่าตัวเองสามารถพัฒนาต่อ หรือเรียนรู้เพิ่มเติมได้
ยกตัวอย่างผู้นำ :
Howard Schultz CEO Starbucks
TAG :
#SalaryInvestor
ผู้นำแบบไหนที่อยากร่วมงานด้วย
สไตล์ผู้นำ
RELATED POSTS
Guide
Investment
BY
Salary Investor
October 27, 2020
อยากเริ่มลงทุน! ต้องรู้ว่า “สินทรัพย์” นั้น เหมาะกับตัวเรามั้ย??
อยากเริ่มลงทุน! ต้องรู้ว่า "สินทรัพย์" นั้น เหมาะกับตัวเรามั้ย?? กับ สินทรัพย์ 3 ประเภท แบ่งให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
Business
Guide
Health
BY
Salary Investor
June 1, 2020
อยากนอนโรงพยาบาลแบบ “Super VIP” ต้องเตรียมค่าห้องคืนละเท่าไหร่?
Salary Investor พามาเปิดราคาห้องพักผู้ป่วย “แบบ Super VIP” ของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ 5 แห่งในกรุงเทพฯมาดูกันว่าแต่ละที่ ต้องเตรียมค่าห้องคืนละเท่าไหร่?
Channel
Financial Planing
BY
Salary Investor
February 5, 2017
เรื่องการเงิน เรื่องที่โรงเรียนไม่เคยสอน !!
ความรู้พื้นฐานทางการเงินที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต เพื่อปูพื้นฐานสู่การมีอิสรภาพทางการเงิน โดย The Money Coach: จักรพงษ์ เมษพันธุ์
Search
X