Skip to content
Blog
GUIDE
All
Business
Financial Planning
Investment
Life
News & Event
Self Improvement
Work
INSPIRE
All
Case Study
Interview
Role Model
TREND
All
Business
Feature
News
Tech
About us
About us
Channel
การลงทุน
บัตรเครดิต
สินเชื่อส่วนบุคคล
สินเชื่อรถยนต์
ประกันชีวิต
ประกันสุขภาพ
ประกันรถยนต์
Blog
GUIDE
All
Business
Financial Planning
Investment
Life
News & Event
Self Improvement
Work
INSPIRE
All
Case Study
Interview
Role Model
TREND
All
Business
Feature
News
Tech
About us
About us
Channel
การลงทุน
บัตรเครดิต
สินเชื่อส่วนบุคคล
สินเชื่อรถยนต์
ประกันชีวิต
ประกันสุขภาพ
ประกันรถยนต์
Blog
GUIDE
All
Business
Financial Planning
Investment
Life
News & Event
Self Improvement
Work
INSPIRE
All
Case Study
Interview
Role Model
TREND
All
Business
Feature
News
Tech
About us
About us
Channel
การลงทุน
บัตรเครดิต
สินเชื่อส่วนบุคคล
สินเชื่อรถยนต์
ประกันชีวิต
ประกันสุขภาพ
ประกันรถยนต์
Blog
GUIDE
All
Business
Financial Planning
Investment
Life
News & Event
Self Improvement
Work
INSPIRE
All
Case Study
Interview
Role Model
TREND
All
Business
Feature
News
Tech
About us
About us
Channel
การลงทุน
บัตรเครดิต
สินเชื่อส่วนบุคคล
สินเชื่อรถยนต์
ประกันชีวิต
ประกันสุขภาพ
ประกันรถยนต์
Guide
Self Improvement
ดึงดูดคนด้วยการพูดให้ ‘มัดใจ’ กับ 10 เทคนิค How Highly Effective People Speak!
BY
Nonthachai Mangmee
August 6, 2024
‘ทำไมเราพูดกับคนนี้แล้วรู้สึกดีจัง?’
‘ทำไมเราพูดไม่เก่งเหมือนกับคนนั้นบ้าง?’
‘ทำไมเรามักพูดแล้วติดขัดอยู่เสมอ?’
การพูดคือสิ่งมหัศจรรย์ ที่สามารถพาเราไปได้ทั้งชีวิตที่ดีกว่า งานการที่ดีกว่า หรือแม้แต่การพูดเพื่อการขาย ดังนั้นเราปฎิเสธไม่ได้ว่า ‘คนที่พูดเก่ง และมีสเน่ห์’ มักจะได้รับโอกาสที่มากกว่าขึ้นไปด้วย… แต่การพูดนั้นฝึกยังไงดีล่ะ?
วันนี้ Salary Investor จะพาเพื่อน ๆ เจาะลึกเบื้องหลังจิตวิทยาการสื่อสาร และการโน้มน้าวใจจากหนังสือ ‘How Highly Effective People Speak’ ที่จะเปลี่ยนให้คนพูดไม่เก่ง พัฒนาไปอีกขั้น!
— เข้าใจจิตวิทยาแห่งการโน้มน้าวใจ —
1. อคิติแห่งการรับรู้ : Cognitive Biases
คนไหนชอบเรื่องอะไร ให้พูดเรื่องนั้น!
การทำความเข้าใจเรื่องการมีอคติในด้านต่าง ๆ ทำให้เรานั้นสามารถพูดให้ถูกใจคนฟังได้! เช่น คน ๆ นี้ชอบการแต่งตัวมาก ๆ เราก็พูดถึงเรื่องการแต่งตัว หรือบางคนชอบการทำงานคนเดียว เราก็ต้องรู้ก่อนว่าคนนั้น ๆ มีอคติอะไร หรือชอบอะไร เพื่อให้เราพูดให้ถูกใจของพวกเขา และโน้มน้าวใจให้เขารับฟังเราได้ ผ่านการเป็นพวกเดียวกัน!
2. ศาสตร์แห่งการเล่าเรื่อง : The Science of Storytelling
การเล่าเรื่องที่ดีต้องเชื่อมโยงกับอารมณ์คนฟังได้
การพูด ก็คือการเล่าเรื่อง ดังนั้นเราต้องเชื่อมโยงอารมณ์ระหว่างเรากับคนฟัง เพื่อให้ attack เข้าไปถึงจิตใจ ยิ่งคนฟังมีอารมณ์ร่วมมาก เราก็จะยิ่งโน้มน้าวใจเขาให้คล้อยเชื่อตามเราได้มาก ดังนั้นการเล่าเรื่องจึงต้องมีเทคนิค และเปลี่ยนความคิดที่ซับซ้อน ๆ ให้เข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
3. เสียงสะท้อนทางอารมณ์ : Emotional Resonance
ทุกคำพูดของเราจะถูกสะท้อนออกมาจากอารมณ์คนนั้น ๆ เสมอ
การสื่อสารนั้นไม่เป็นเพียงแค่การพูดเฉย ๆ พูดไปลอย ๆ เราต้องสร้างอารมณ์ร่วมกับคนฟัง เพื่อที่จะสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนได้… ไม่ว่าจะพูดอะไรต้องคำนึงถึงความคิดเห็น และอารมณ์ของคนฟังเสมอ เพราะคนฟังนั้นจะสะท้อนความคิดเห็น หรือความต้องการเขามาเป็นอารมณ์ร่วม! ถ้าเราสร้างได้ทุก ๆ คำพูดของเราจะน่าจดจำสุด ๆ
— วิธีการพูดให้น่าสนใจและน่าจดจำ —
4. ความชัดเจนคือพระเจ้า : Clarity is King
พูดให้ง่าย ชัดเจน และคิดตามได้จริง
การสื่อสารที่ชัดเจน และกระชับนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ อย่าพูดประโยคที่มันเป็นเรื่องเฉพาะคุณที่รู้ ย่อยออกมาให้มันง่าย เพื่อให้มั่นใจว่าคนฟังเข้าใจได้ และคิดตามได้จริง (หากเราพูดทฤษฎีเยอะมากเกินไป คนฟังไม่เข้าใจก็เท่านั้น การพูดครั้งนั้นจะไม่มีอะไรน่าจดจำอีกเลย…)
5. ต้องมีความน่าเชื่อถือ! : Trust and credibility
ยิ่งมืออาชีพมากเท่าไหร่ คนฟังยิ่งเชื่อเรามากขึ้นเท่านั้น
ทำยังไงก็ได้ให้คนฟังมั่นใจในตัวเรา เราสามารถพึ่งพาได้ในเรื่องนั้น ๆ ยิ่งเรามืออาชีพมากเท่าไหร่ คนฟังก็จะเชื่อเรามากขึ้นสุด ๆ ดังนั้นสิ่งสำคัญก่อนที่จะออกไปพูด หรือสื่อสาร คือการฝึกซ้อม และเตรียมเรื่องราวให้มั่นใจว่าเราทำได้อย่างเต็มที่
6. ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ถูกพิสูจน์ไว้แล้ว : Leveraging Social Proof
อย่าลืมที่จะใช้หลักฐาน หรืองานวิจัยในการประกอบบทสนทนาเสมอ ๆ
หากการพูดนั้นคือเรื่องเกี่ยวกับงาน ถ้าเรานำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์ใหม่ วิธีการแก้ปัญหาแบบใหม่ ๆ ให้กับบริษัท หากเรามีหลักฐาน หรือสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าสิ่งเหล่านั้นสามารถแก้ปัญหาได้จริง ก็จะทำให้คนฟังนั้นเชื่อถือเรา และยกย่องเราด้วยล่ะ
— การสื่อสารและการความเปลี่ยนแปลงต้องมืออาชีพ —
7. การสื่อสารโดยไม่ใช้คำพูด : Non-verbal Communication
ทุก ๆ อย่างรอบตัวสามารถนำมาสื่อสารได้หมด!
ภาษากาย น้ำเสียง และการสบตาสำคัญมาก ๆ ในการเพิ่มความดึงดูดใจให้แก่ผู้ฟังเวลาที่เราพูด ซึ่งทุก ๆ อย่างหลอมรวมกันไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ หรืออื่นใดจะทำให้การพูดของคุณนั้นยิ่งน่าเชื่อถือ และกินใจ
8. ศิลปะแห่งการฟัง : The Art of Active Listening
ไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง แต่ฟังให้เก่ง ได้ใจคนที่คุยด้วยมากกว่า
การสื่อสารที่ดีที่สุดก็คือการฟัง! ดังนั้นพยายามฟังให้มากกว่าพูด จนกว่าเราจะเข้าใจว่าคนพูดนั้นต้องการอะไรอย่างถ่องแท้ เมื่อเข้าใจแล้วเราจะสามารถหาคำพูด หรือสิ่งที่เราสื่อสารออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
9. ปรับตัวให้เข้ากับคนฟังอยู่เสมอ : Adaptin to the Audience
ทุกเรื่องเล่า แต่ต่างคน ก็จะเล่าไม่เหมือนกัน
คนฟังบางคนชอบเรื่องหนัง คนฟังบางคนชอบเรื่องงาน คนฟังบางคนชอบเรื่องอื่น ๆ สิ่งสำคัญเลยคือเราต้องรู้ว่าเวลาที่เราจะไปพูดกับใครนั้น เขาชอบอะไร? ไม่ชอบอะไร? เมื่อรู้แล้วก็ปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารของเราให้ตรงใจคนฟัง จะยิ่งทำให้การโน้มน้าวใจมีประสิทธิภาพ!
— พัฒนาอยู่เสมอ ๆ —
10. การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ : Practice and Feedback
สิ่งสำคัญคือการฝึกฝน และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
รวมไปถึงการขอ feedback เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ในการปรับปรุงทักษะการพูดของเรา ดังนั้นทุก ๆ ครั้งที่จบการพูดคุย อย่าลืมขอ feedback ว่าการพูดในครั้งนี้เป็นอย่างไร แล้วเราจะพัฒนามันให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน
และนี่คือ 10 Key Take Away จากหนังสือ ‘How Highly Effective People Speak’ พูดยังไงให้ถูกใจคนฟัง! อย่าลืมเอาไปปรับใช้นะ รับรองว่าทุกคนที่คุณพูดด้วยจะตกหลุมรักคนอย่างแน่นอน
TAG :
improvement
RELATED POSTS
Self Improvement
BY
Dr. Rapeerat
July 1, 2017
โลกยุคดิจิตอล คนที่ได้เปรียบ ก็คือคนที่ปรับตัวได้ไวที่สุด
อย่ามัวรอ จนต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลง เพราะเมื่อถึงตอนนั้น...คุณจะกลายเป็นเหยื่อของการเปลี่ยนแปลงในทันที...
Guide
Investment
BY
Salary Investor
March 18, 2019
5 ข้อต้องรู้! ก่อนเริ่มออมลงทุน DCA ในหุ้น
วันนี้เราจะมาดูกันว่าการลงทุนออมหุ้นแบบ DCA มีสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มอะไรบ้าง?
Case Study
BY
Seal_Thadsapol
January 7, 2020
5 สัญญาณที่กำลังบอกคุณว่า “หางานใหม่” ดีกว่าไหม ?
ลองสังเกตตัวเองดูว่า เราตกอยู่ใน 5 ข้อนี้หรือไม่? ยัง "แฮปปี้" กับการทำงานหรือเปล่า? สัญญาณเหล่านั้นมีอะไรบ้าง? มาดูกัน
Search
X