Self Improvement Work

“ไม่มีความสุขกับงาน” ทำยังไง? ให้เรารู้สึกดีขึ้น พร้อมลุยอีกครั้ง!

“สู้ให้ฉันตกงานยังดีกว่า ที่จะทนทำงานที่นี่” แล้วคุณล่ะเป็นแบบนี้หรือไม่?

ถ้าคุณก็เคยรู้สึกแบบนี้ มาดูสาเหตุที่ทำให้เราต้องรู้สึก “ไม่มีความสุขกับงาน” พร้อมวิธีการรับมือ หากคุณต้องเจอกับปัญหาเหล่านี้

ปัญหาของคนส่วนใหญ่คือบ่นถึงแต่สิ่งที่เราไม่ชอบ แต่กลับลืมมองหาสาเหตุและหนทางแก้ไข ฉะนั้นหากทราบปัญหาแล้ว ก็รีบแก้ไข เรียกความสุขของตัวเองกลับมา

1. เพื่อนร่วมงานไม่น่าประทับใจ

บางคนเริ่มรู้สึกว่าไม่มีความสุขกับการทำงาน เพราะไม่ได้รับความร่วมมือจากเพื่อนร่วมงาน แทนที่จะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี แต่บางคนกลับกลายเป็นคู่แข่งขัน

ความรู้สึกด้านลบที่มีต่อเพื่อนร่วมงาน เป็นสิ่งหนึ่งที่จะบั่นทอนกำลังใจและความสุขในการทำงาน แต่ปัญหานี้จะดีขึ้นได้ อาจจะเริ่มจากตัวเรา ไม่ให้มีอคติกับเพื่อนร่วมงาน จากนั้นจึงค่อยๆ หาเวลาพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานให้หาทางออกร่วมกันจะดีที่สุด

2. เบื่อหน่าย งานไม่ท้าทาย

“งานยิ่งง่าย…ก็ยิ่งไม่ท้าทาย” เมื่อเป็นงานไม่ท้าทายเราก็จะรู้สึกว่างานนี้ไม่น่าสนุก และไม่อยากทำงานนี้ หากรู้สึกเช่นนั้น เราอาจจะต้องพยายามหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ เพื่อเรียกแรงกระตุ้นของเรากลับมา

พยายามออกไปพบปะพูดคุยกับคนใหม่ๆ หรือยื่นเรื่องขอย้ายตำแหน่งใหม่ และอย่าลืมพัฒนาตัวเองอยู่เสมอเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานที่ท้าทายในอนาคต

3. ทำงานมานาน แต่เงินเดือนไม่ขึ้น

ในโลกการทำงานนั้น เรื่อง “เงินเดือน” เป็นสิ่งสำคัญที่เราควรพิจารณาไปพร้อมๆ กับหน้าที่ภาระงานให้ดี เมื่อจุดหนึ่งที่เราสามารถพัฒนาตนเองและสร้างผลงานได้ถึงจุดที่น่าพอใจแล้ว การเจรจาขอปรับเงินเดือนไม่ใช่เรื่องน่าอายน่าเกรงใจอีกต่อไป

การเข้าไปเจรจาพูดคุยกับหัวหน้างาน ผู้บริหาร หรือฝ่ายบุคคล อย่างเป็นขั้นตอน มีเหตุผล มีผลงานเป็นหลักฐาน มีมารยาท การที่เงินเดือนจะปรับขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป

4. เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรไม่ได้

บางครั้งความแตกต่างระหว่างนิสัยหรือความชอบส่วนตัวกับนโยบายของบริษัทที่ออกเป็นกฏ สำหรับพนักงานอาจขัดแย้งกัน มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะปรับเปลี่ยนไปตามน้ำ หรือจะต่อต้านมัน

บางทีสิ่งที่แตกต่าง อาจจะเป็นสไตล์การทำงานที่ไม่เหมาะกับที่ทำงานของคุณ หรือวัฒนธรรมบางอย่างของบริษัทที่ขัดแย้งกับสิ่งที่คุณเป็นมากๆ

หากสภาพแวดล้อมการทำงานคุณเป็นเช่นนั้นก็มีสองตัวเลือก คุณอาจเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างกล้าหาญ หรือมองหางานใหม่ ประเด็นคือต้องดูว่าวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้เข้มแข็งเกินไปแล้วหรือเปล่า หากไม่ คุณก็ยังพอต่อรองกับมันได้ แต่หากมันฝังรากลึกก็คงถึงเวลาที่คุณต้องมองหางานใหม่

5. รู้สึกไม่ดีกับงานที่ทำ

เมื่อคุณมีทัศนคติที่ไม่ดี กับงานของตัวเองไปแล้ว จะส่งผลต่อคุณภาพของงานที่ออกมาอย่างแน่นอน

ฉะนั้นให้ลองปรับเปลี่ยนความคิดที่มีต่องาน มองหาข้อดีจากที่ทำงาน ว่าคุณทำอะไรสำเร็จมาแล้วบ้าง? จะทำให้เห็นว่าการกระทำนั้นมีคนรับรู้ และมีความสำคัญ อย่าลืมที่จะให้รางวัลกับตัวเองบ้างเมื่อทำงานสำเร็จ สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณรู้สึกดีมากขึ้นเวลาคิดถึงเรื่องงานของตัวเอง

6. ไม่ถูกกับเจ้านาย

เหตุผลอันดับหนึ่งของการเปลี่ยนงานก็คือ “ไม่ถูกกับเจ้านาย” อาจด้วยสาเหตุที่คุณไม่เคยมีทัศนคติที่ตรงกับเจ้านายคุณเลย เจ้านายที่คอยขัดแย้งกับความเห็นทุกครั้งที่คุณเสนอไป เจ้านายชอบคอยจ้องจับผิดจับตามองคุณทุกฝีก้าว จนทำให้คุณรู้สึกอึดอัดที่ต้องทำงานที่นี่

วิธีแก้ให้ลองพูดคุยปัญหากับเจ้านาย อย่างประนีประนอม หากไม่มีอะไรดีขึ้น คุณยังไม่สบายใจ การเปลี่ยนงาน อาจเป็นทางออกที่ดีกว่า

RELATED POSTS

วันนี้เรามาดูกันว่า การ “Leverage” ในมุมของการลงทุนใน “หุ้น” มีวิธีไหน และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง? และถ้าอยากลงทุนในหุ้น การ Leverage จะช่วยได้หรือไม่...
เป็นเจ้าของอาคารสำนักงานชื่อดังง่ายๆ ผ่าน "SPRIME" โอกาสสำหรับคนที่อยากลงทุนอสังหาฯ อาคาร "Suntowers" พร้อมการดูแลของมืออาชีพอย่าง "สิงห์ เอสเตท"
ไปดูกันว่าที่ผ่านมา NFT "สินทรัพย์ดิจิตัล" ที่ขายได้ราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้นจะมีอะไรบ้าง แล้วทำไมถึงมีราคาพุ่งสูงขนาดนั้น?