Feature Investment Most Popular

5 สเต็ป วิธีเปิดพอร์ตหุ้นด้วยตัวเองสำหรับมือใหม่

หุ้นไม่ใช่เรื่องยากและไกลตัวอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นเจ้าของพอร์ตหุ้น แต่จะเริ่มอย่างไรนี่สิปัญหา มือใหม่อย่างเราๆ ควรเริ่มต้นที่ตรงไหนก่อนดี


1. จับคู่กับโบรกเกอร์ที่ใช่

โบรกเกอร์ คือคนที่จะมาช่วยเราดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่ว่าจะเรื่องการจ่ายเงิน ชำระค่าซื้อหุ้น ส่งมอบหุ้น รวมถึงแจ้งสิทธิที่ผู้ลงทุนจะได้จากหุ้นที่ถืออยู่ เรียกได้ว่าทุกขั้นตอนเกี่ยวกับหุ้น โบรกเกอร์จะเป็นผู้รับผิดชอบให้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยอาจเริ่มศึกษาจากประวัติของโบรกเกอร์ พิจารณาจากรูปแบบบริการ และค่าธรรมเนียม ที่สำคัญคือควรเป็นโบรกเกอร์ที่สามารถติดต่อได้ง่าย และมีบริการรวดเร็วเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมกับสไตล์ของคุณมากที่สุด ชอบแบบไหน อยากลงทุนมากเท่าไร เลือกเอาได้เลยเข้าดูรายชื่อโบรกเกอร์ได้ที่นี่

2. เลือกประเภทบัญชีหุ้น ที่เหมาะกับเรา

บัญชีหุ้นก็เหมือนบัญชีธนาคาร มีให้เลือกเปิดได้หลายแบบขึ้นอยู่กับว่าจุดประสงค์ของเราในการเปิดบัญชีคืออะไร ไม่ว่าจะเลือกเปิดพอร์ตหุ้นกับโบรกเกอร์ไหน ก็จะมีประเภทบัญชีให้เลือกอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน

บัญชีเงินสด (Cash Account) วางเงินกับโบรกเกอกร์เพียงแค่ 20% ก็สามารถซื้อหุ้นได้ ภายหลังจากนั้น 3 วันทำการจึงค่อยโอนเต็มจำนวน หากเป็นการขายหุ้น เงินก็จะเข้าบัญชีเราภายใน 3 วันทำการเช่นกัน

บัญชีแคชบาลานซ์ (Cash Balance) เราจำเป็นจะต้องฝากเงินกับโบรกเกอร์ก่อนถึงจะสามารถซื้อหุ้นได้ บัญชีประเภทนี้มีความคล้ายบัญชีออมทรัพย์ที่เราใช้ฝากเงินในธนาคารอยู่ตรงที่ว่า ฝากเท่าไร ก็สามารถใช้ได้เท่านั้น ดังนั้น เราจะสามารถซื้อ-ขายหุ้นได้ตามจำนวนเงินที่เราฝากไว้ และถ้าไม่ได้นำเงินที่ฝากไว้ไปลงทุนซื้อหุ้นอะไร เราก็จะได้ดอกเบี้ยเป็นการตอบแทนเช่นกัน ข้อดีอย่างหนึ่งคือบัญชีประเภทนี้เหมาะกับมือใหม่ที่หัดเริ่มลงทุน

บัญชีเครดิตบาลานซ์ (Credit Balance Account) สำหรับบัญชีประเภทสุดท้ายนี้ จะให้เรากู้เงินเพื่อมาซื้อหุ้น โดยต้องมีการวางเงินสด หรือหุ้นเป็นหลักประกันการชำระหนี้ตามที่โบรกเกอร์กำหนดไว้(มีคิดดอกเบี้ยด้วยนะ) ถ้าหากหุ้นที่เราเลือกลงทุนราคาตกไปมากๆ โบรกเกอร์ก็จะบังคับขาย(Force Sell) เพื่อไม่ให้เสียหายมากไปกว่าเดิม

3. ยื่นเอกสารเปิดบัญชี

เมื่อสามารถเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมกับตัวคุณมากที่สุดได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดเตรียมเอกสารต่างๆให้พร้อม อย่าได้ละเลยเรื่องนี้ไป เพราะถ้าเอกสารการเปิดพอร์ตไม่ครบ เราจะมีพอร์ตหุ้นในครอบครองได้อย่างไร ในขั้นตอนการสมัครนี้ จะมีแบบสอบถามเกี่ยวกับการรับความเสี่ยง เพื่อเป็นการประเมินผู้ลงทุน เมื่อสมัครเรียบร้อยแล้ว ก็รอผลอนุมัติแล้วเตรียมพร้อมดำเนินการขั้นต่อไปได้เลย

4. ทำความเข้าใจโปรแกรม Streaming สำหรับเทรดหุ้น

สมัยนี้ทุกอย่างต้องทำผ่านโลกดิจิทัลได้แล้ว พอร์ตหุ้นก็เช่นกัน เราสามารถดาวน์โหลดแอพ Streaming มาช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อ-ขาย เช็คราคา ดูกราฟ และบริหารพอร์ตหุ้น ประโยชน์ของแอพนี้มีมากกว่าความสะดวกสบายเสียอีก เพราะมันจะช่วยให้เราประหยัดเงินที่จะต้องเสียไปกับค่านายหน้าได้มากกว่าเป็นไหนๆ

5. โอนเงินเข้าบัญชี เตรียมพร้อมลงทุน

ขั้นตอนสุดท้าย แต่ไม่ท้ายที่สุด คือการโอนเงินเข้าบัญชีแบบที่เราเลือกไว้ ดูงบประมาณของตัวเองให้เหมาะสม ก่อนจะลงทุนที่สำคัญคือ ต้องมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” ให้เพียงพอก่อน ส่วนเงินที่เราจะใช้ลงทุนควรเป็นเงินก้อนแบบที่เรียกว่า “เงินเย็น” ไม่มีเงินก่อนนี้ก็อยู่ได้ เพราะถ้าลงทุนแล้วเกิดเจ๊ง ก็ไม่ต้องกินแกลบ หรือไปกู้ใครให้ลำบาก

เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ “ห้องเรียนนักลงทุน” ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ถ้าหากมั่นใจและศึกษามาดีพอแล้ว ก็เริ่มได้เลย!
หลังจากมีพอร์ตหุ้นกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมที่จะ หมั่นศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ มือใหม่อย่างเราๆ ชั้นเชิง และเทคนิคยังน้อยนัก อย่าลืมว่าเงินที่จะนำไปลงทุนนั้นได้มายากลำบากขนาดไหน ทุกการลงทุนล้วนมีความเสี่ยง จึงควรพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน

RELATED POSTS

ในโลกออนไลน์ที่ผู้คนต่าง ‘ประสบความสำเร็จ’ อย่างล้นหลาม และรวดเร็ว เมื่อมองกลับมาดูตัวเราแล้วจึงได้แต่คิดว่า มีแค่ฉันหรือเปล่านะ? ที่ไม่ ประสบความสำเร็จ
ไขปริศนาแห่งความสุข ชีวิตที่มีความหมาย และความเสียใจลึกซึ้งในชีวิตของผู้คน กับหนังสือที่ชื่อว่า "The Five Secrets You Must Discover Before You Die"
การมี "วินัย" ถ้าเอามาใช้กับการลงทุน มันก็จะทำให้เกิดผลที่ดีในระยะยาวได้เช่นกัน "ออมก่อนใช้"