ปัจจุบันคนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า เวลามีหนี้บัตรเครดิตให้จ่ายแค่ขั้นต่ำก็พอ แต่เป็นความคิดที่ผิด! เพราะหากเราจ่ายแค่ขั้นต่ำ ทางสถาบันการเงินที่ออกบัตรเครดิตให้เราก็จะเริ่มคิดดอกเบี้ยรายวันโดยทันที และก็จะคิดในอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก
ดังนั้น เราควรรีบจัดการกับเจ้าดอกเบี้ยที่แสนแพงนี้ ด้วยการหยุดจ่ายขั้นต่ำ ให้พยายามจ่ายให้เต็มจำนวน และตรงเวลาดีที่สุด
3. ยอดผ่อนบัตร “ต้องไม่เกิน 15%” ของรายได้ต่อเดือน
เพื่อเป็นการตีกรอบตัวเอง “ไม่ให้สร้างหนี้เกินตัว” จึงควรตั้งกฎเหล็กว่า พยายามใช้บัตรเครดิตในแต่ละเดือนไม่ให้เกิน 15% – 20% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อไม่ให้เป็นภาระที่หนักเกินไป
4. “อย่ากดเงินสด” ถ้าไม่ฉุกเฉินจริงๆ
หากไม่จำเป็นจริงๆ อย่ากดเงินสดจากบัตรเครดิต เพราะมีค่าธรรมเนียมในการกดเงินสด และดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย จึงแนะนำให้ใช้เฉพาะกรณีที่มีเหตุจำเป็นจริงๆ หรือในกรณีรีบด่วนเท่านั้น
5. “ซ้อมเป็นหนี้” ลองเก็บก่อนรูด
“การเก็บเงินก่อนรูด” เป็นการสร้างเงินสำรองขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าเรามีกำลังที่จะชำระเงินคืนได้อย่างแน่นอน อย่างน้อยที่สุดควรมีเงินสดสำรอง 50% ของสินค้าที่จะซื้อผ่านบัตรเครดิต เพื่อเตรียมสะสมสำหรับจ่ายเต็มจำนวนในเดือนถัดไป
6. “ใบแจ้งหนี้” ต้องตรวจสอบทุกครั้ง
“ใบแจ้งหนี้” เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม และไม่ยอมศึกษาอย่างละเอียด ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว การตรวจสอบใบแจ้งหนี้อย่างละเอียด ทั้งวันที่สรุปยอด วันครบกำหนดชำระ โดยเฉพาะช่วงที่มีการผ่อนจ่าย ที่อาจมีการคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
หากไม่ตรวจสอบและทำความเข้าใจการคิดอัตราดอกเบี้ย หรือรอบการจ่ายในแต่ละเดือนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด จนนำไปสู่การวางแผนชำระหนี้ผิด อาจส่งผลกระทบด้านการเงินอื่นๆ ที่ตามมาได้
7. “สิทธิพิเศษของบัตร” เลือกที่เราใช้ได้จริง
อีกหนึ่งข้อดีของการใช้เครดิต นั่นคือการได้ “สิทธิประโยชน์ต่างๆ” โดยบัตรเครดิตแต่ละประเภทจะให้สิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อการใช้ประโยชน์จากบัตรเครดิตให้คุ้มค่าที่สุด เราควรเลือกบัตรเครดิตที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ตัวเองมากที่สุด
เช่น สายช้อปปิ้ง อาจเลือกบัตรที่ให้สิทธิประโยชน์ร่วมกับห้างร้าน ศูนย์การค้า ที่ใช้บริการเป็นประจำ หรือสายเดินทางอาจเลือกบัตรที่เข้าร่วมกับสายการบินต่างๆ เป็นต้น