Investment

เลือกตั้งสหรัฐฯ ใครจะชนะ? ส่งผลยังไง? ต่อตลาดคริปโต


สถานการณ์การลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีช่วงนี้ยังคงน่าจับตา และ มีความร้อนแรงอยู่ไม่น้อย ทั้งเหตุการณ์หวังเฟดลดดอกเบี้ย และ อีกเหตุการณ์สำคัญอย่างการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 5 พฤศจิกายน 67 ตามเวลาสหรัฐฯ

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ราคาของ BTC ปรับขึ้นสูงสุดกว่า 25% ส่งผลให้ราคา BTC ขึ้น All time high ที่ 73,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ มีปัจจัยสำคัญในการปรับตัวขึ้นครั้งนี้ จากการที่นักลงทุนคาดหวังการปรับลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ในเดือนพฤศจิกายน และ ธันวาคม รวมถึง ความคาดหวังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

“คุณวรเมธ จันทร์เสน” ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด เผยว่า Merkle Capital มอง Bitcoin และ ภาพรวมคริปโทฯ โดยเฉพาะกลุ่ม Ethereum ecosystem มีแนวโน้มเติบโตได้สูงในเดือนพฤศจิกายนด้วยเหตุผลดังนี้1) การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งผลต่อภาพรวมการลงทุนจนถึงปี 2028

การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ครั้งนี้จะส่งผลต่อการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งทางตรงและทางอ้อม เนื่องจากนโยบายของทั้ง 2 พรรคจะเกี่ยวโยงถึงสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งสิ้น โดยเฉพาะ Donald Trump จากพรรค Republican ที่มีนโยบายสนับสนุนภาพรวมคริปโทฯ อย่างชัดเจน

เมื่อวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ปัจจุบัน Donald Trump มีโอกาสชนะสูงจากหลายแหล่งข่าว ทำให้ราคาของ BTC ปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ All time high อย่างมีนัยยะสำคัญ แม้ตลาดบางส่วนจะ Price in(ราคาเหมาะสม) ในระยะสั้นแล้ว แต่ปัจจัยนี้เป็นผลดีต่อภาพระยะยาวในอนาคตถึง 4 ปี

.

2) เงินทุนที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนสถาบันกว่า 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โอกาสชนะการเลือกตั้งของ Donald Trump เป็นการเปิดรับความเสี่ยงและความเชื่อมั่นในคริปโทฯ อย่างมีนัยยะสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น คือ ปัจจัยการลดดอกเบี้ยที่จะเป็นจุดเปลี่ยนของรอบวัฏจักรเศรษฐกิจ (Market cycle)

ดังนั้น ทั้ง 2 ปัจจัยข้างต้นจึงเป็นเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อราคาของ BTC ในอนาคตทั้งระยะสั้นและระยะยาว ถ้าเหตุการณ์ต่าง ๆ เป็นไปตามความคาดหวังของนักลงทุน มีโอกาสที่ตลาดคริปโทฯ จะดึงเงินของกลุ่มนักลงทุนสถาบันฯ ให้เข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต

.

3) แรงซื้อของ Ethereum จากเงินทุนกลุ่มนักลงทุนสถาบัน

เนื่องจากเดือนพฤศจิกายนนี้ มีเหตุการณ์สำคัญทั้งการเลือกตั้งสหรัฐฯ ในรอบ 4 ปี และ การประกาศอัตราดอกเบี้ยของเฟด เป็นผลให้เม็ดเงินของกลุ่มนักลงทุนสถาบันส่งผลกระทบต่อราคาคริปโทฯ ในระยะสั้น

แม้ ETH จะมีการปรับตัวขึ้นเพียง 13% ในเดือนที่ผ่านมา แต่ Ethereum spot ETF กลับมีแรงซื้อเพิ่มขึ้นกว่า 30% ของยอดขายทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มขึ้นและเป็นโอกาสของ Ethereum Ecosystem โดยเฉพาะ ETH ทั้งภาพรวมระยะสั้นและระยะยาว

.

เพิ่มเติม

“มานะ คานิโยว” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านพัฒนาธุรกิจและพาณิชย์ บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด กล่าวว่า ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2024 นี้ คาดน่าจะเห็นผลตอบแทนที่ดีสำหรับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล หากดูตามสถิติย้อนหลัง จะเห็นว่าเมื่อไหร่ก็ตามถ้าเดือนกันยายนกับตุลาคมบิตคอยน์ราคาปิดบวก 2 เดือนติด สองเดือนสุดท้ายของปีก็ปิดบวกเช่นเดียวกัน

“อีกทั้งปัจจัยมหภาค เช่น การเลือกตั้งในสหรัฐฯ ก็เป็นส่วนช่วยผลักดันให้ราคาบิตคอยน์ขึ้นไปทดสอบ All Time High อีกได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และ ช่วงนี้ก็อาจจะเห็นนักลงทุน FOMO (Fear of Missing Out) เข้าซื้อเยอะเป็นพิเศษ อยากฝากให้วางแผนการเงินดี ๆ กันด้วยนะครับ”

.

.

สรุปแล้ว

ปัจจัยที่จะส่งผลให้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีจะมีแนวโน้มโตขึ้นก็ยังมีหลายปัจจัย ผู้ลงทุนควรติดตามสถานการณ์และข่าวสารที่อาจส่งผลต่อตลาด และ วางแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้.
*บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนแต่อย่างใด*การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินในลงทุน*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง และ สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

RELATED POSTS

“เงินออมก้อนแรก” เป็นสิ่งแรกที่ทุกคนควรมี ตัวช่วยในยามเดือดร้อน หากรู้เช่นนี้ มาเตรียมตัวเริ่มออมเงินก้อนแรกกัน!
กักตัวอยู่บ้านอย่างไร...ให้มีเงินใช้ ไม่ขัดสนเรื่องเงิน? วันนี้เรามีไอเดียดีๆ มาแชร์ให้ฟัง..
เมื่อการทำงานออฟฟิศ อาจทำให้ชีวิตสั้นลง มนุษย์ออฟฟิศอย่างเราจะมีวิธีรับมือกับมันอย่างไร มาดูวิธีดีๆ เหล่านี้กัน