Guide Investment

Top 5 ETFs ที่ใหญ่ที่สุดในโลก! ลงทุนในอะไร? และผลตอบแทนเป็นยังไงบ้าง!?

มีใครกำลังสนใจ หรืออยากลงทุนใน ETFs ต่าง ๆ บ้าง ตอนนี้ ETF กำลังมาแรงเนื่องจากค่าธรรมเนียมที่ต่ำ และสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ที่หลากหลายยิ่งกว่า! ทำให้กลายเป็นเรื่องที่พูดถึงสำหรับนักลงทุนหลาย ๆ คนในตอนนี้เลยเชียวล่ะ!

วันนี้ Salary Investor รวบรวม 5 ETFs ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (มี AUM สูงที่สุด) มาให้แล้ว มีตัวไหน หรือสินทรัพย์ไหนบ้างนะ! ไปดูกันน

1. SPDR S&P 500 ETF Trust (SPY)

คือ ETF ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ตอนนี้จากบริษัท State Street ด้วย $557,214M AUM กันเลยทีเดียว ซึ่งเป็นเงินก้อนโตมาก ๆ นอกจากนี้ยังมีผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ที่ดีมาก ๆ ทำให้นักลงทุนหลายคนเลือกจับจองกัน!

2.  iShares Core S&P 500 ETF (IVV)

อีกหนึ่ง ETF ที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลกจากบริษัท Blackrock ลงทุนในดัชนี S&P 500 เช่นเดียวกัน มาพร้อมด้วยค่าธรรมเนียมที่ต่ำที่สุดเพียง 0.03% ทำให้นักลงทุนหลายคนเลือกลงทุนที่นี้

3. Vanguard S&P 500 ETF (VOO)

เป็น ETF ที่ลงทุนในดัชนี S&P500 (อีกแล้ว) จะเห็นได้เลยว่า ETF ที่ใหญ่ที่สุดในโลกลงทุนในดัชนีนี้กันทั้งนั้น โดยที่บริหารจัดการโดยบริษัท Vanguard ค่าธรรมเนียมต่ำเท่ากับตัวที่ 2 อีกด้วย

4. Vanguard Total Stock Market ETF (VTI)

อีกหนึ่ง ETF ของบริษัท Vanguard แต่เจ้าตัวนี้ลงทุนทั่วสหรัฐอเมริกา และหลายภาคส่วนทำให้การลงทุนเพียงครั้งเดียว ได้กระจายความเสี่ยงไปทั่วของตราสารทุนของสหรัฐอเมริกา!

5. Invesco QQQ Trust Series I (QQQ)

ใครอยากลงทุนในบริษัทจดทะเบียนชั้นนำ 100 ตัวแรกของสหรัฐอเมริกาพลาดไม่ได้กับ QQQ ที่ใช้ดัชนี NASDAQ 100 เป็นตัว Tracking ทั้งนี้การลงทุนใน NASDAQ100 เปรียบเสมือนกับการลงทุนในหุ้นที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรม และเทคโนลีเชียวล่ะ!

เพื่อน ๆ ลงทุนใน ETF ตัวไหนกันอยู่บ้าง คอมเมนต์บอกแอดหน่อย ช่วงนี้ผลตอบแทนเป็นอย่างไร?

* การลงทุนมีความเสี่ยง ผลตอบแทนในอดีตมิได้การันตรีผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนโปรดศึกษาและทำความเข้าใจความเสี่ยงจากการลงทุน

** ข้อมูลจาก VettaFi ณ วันที่ 5/08/2567

RELATED POSTS

พาส่องไทม์ไลน์ใน 1 วันทำงาน จะได้เจอหุ้นอเมริกาตัวไหนเด่นบ้างนะ?
“Steve Jobs” ตำนานคนสำคัญของวงการเทคโนโลยี และมีหลายสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากเขา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ จะทำอย่างไรให้การประชุมมี “ประสิทธิภาพ” มากที่สุด
ตราบเท่าที่ “การจับจ่ายใช้สอย” ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี ปัญหาทางการเงินก็เป็นสิ่งที่เราทุกคนควรแก้ไขมันได้เช่นเดียวกัน